คัมภีร์ อัลเทอร่า ,อัลเทอร่า ชลบุรี, ulthera ชลบุรี

นวัตกรรมยกกระชับผิว Ulthera (อัลเทอร่า)

260402_19.jpg

ulthera อัลเทอร่า

Ulthera (อัลเทอร่า) นวัตกรรมกระชับหน้า Gold standard มาตรฐาน USFDA ยอดนิยม

คัมภีร์รวมข้อมูลอัพเดท2026 Ulthera คืออะไร ดีอย่างไร ? เจ็บไหม ช่วยเรื่องอะไรได้บ้าง ? ราคาแพงไหม ? ควรใช้กี่ไลน์ ?  มีผลข้างเคียง ? ทำไมถึงได้รับความนิยม 

pkeaw.jpg

ต้องรู้ก่อนทำ! Ulthera คืออะไร ช่วยอะไรบ้าง เหมาะกับใคร ทำตำแหน่งไหนได้บ้าง | คัมภีร์รวมเนื้อหา อัลเทอร่า

(นพ.สุรพรชัย ชนไพโรจน์ ว63203)

สารบัญ Ulthera (อัลเทอร่า)

Ulthera คืออะไร ?

หลักการทำงานของ Ulthera

ระดับความลึกในการยิงของหัว Ulthera

Ulthera มีกี่รุ่น ? แต่ละรุ่นต่างกันอย่างไร ?

เปรียบเทียบ Ulthera/Ultraformer/Thermage/Oligio และเครื่องยกกระชับอื่น ๆ

Ulthera ช่วยเรื่องอะไร ?

Ulthera เหมาะกับใคร ?

ข้อดี-ข้อเสีย การทำ Ulthera มีอะไรบ้าง ?

ทำ Ulthera บริเวณไหนได้บ้าง ? ใช้กี่ไลน์ ?

Ulthera อันตรายไหม ? มีผลข้างเคียงหรือไม่ ?

การเตรียมตัวก่อนทำ Ulthera

ขั้นตอนการทำ Ulthera

วิธีดูแลตัวเองหลังทำ Ulthera

Ulthera กี่วันหายบวม ? เห็นผลเมื่อไหร่ ?

ทำ Ulthera กับหัตถการอื่นได้ไหม ?

ราคา Ulthera เท่าไหร่ ?

Ulthera ราคาถูก-แพงต่างกันอย่างไร ?

วิธีเช็ก Ulthera เครื่องแท้

รีวิว Ulthera ก่อน-หลังทำ จากผู้ใช้บริการจริง

ทำ Ulthera ที่ไหนดี ? เช็ก 5 ข้อก่อนตัดสินใจ

คำถามที่พบบ่อย

Ulthera ดีไหม ?

Ulthera ใช้กี่ line ดีที่สุด ?

อัลเทอร่าหน้าบวม เกิดจากอะไร ?

ทำ Ulthera เจ็บไหม ?

Ulthera ปลอดภัยไหม ?

Ulthera อยู่ได้นานแค่ไหน ?

Ulthera กี่เดือนเห็นผล ?

Ulthera เหมาะกับคนอายุเท่าไหร่ ?

สรุป Ulthera ดีจริงไหม ? คุ้มค่าหรือไหม ?

402_3.jpg

Ulthera คืออะไร ?

0402_9.jpg

Ulthera (อัลเทอร่า) หรือ Ultherapy คือ เทคโนโลยียกกระชับผิวแบบ Original ที่ใช้คลื่นเสียงอัลตราซาวนด์ความถี่สูงแบบเฉพาะเจาะจง (Microfocused Ultrasound) ยิงลงไปใต้ชั้นผิว เพื่อให้ผิวเกิดการยกกระชับขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัดครับ

หลักการทำงานของ Ulthera

Ultherapy (หรือที่มักเรียกกันว่า Ulthera) คือเทคโนโลยีการยกกระชับผิวหนึ่งเดียวที่ได้รับการรับรองจาก US FDA ในการใช้คลื่นเสียงความถี่สูงที่มีความเฉพาะเจาะจง (Micro-focused Ultrasound with Visualization: MFU-V) เพื่อยกกระชับผิวหน้า คอ และคาง รวมถึงลดริ้วรอยบริเวณเนินอก โดยไม่ต้องผ่าตัด

## 1. กลไกการทำงาน (อ้างอิงงานวิจัย MFU-V)

ต่างจากเลเซอร์ทั่วไป Ultherapy ส่งผ่านพลังงานความร้อนขนาดเล็ก (Thermal Coagulation Points) ลงลึกถึงชั้น SMAS (Superficial Muscular Aponeurotic System) ซึ่งเป็นชั้นเนื้อเยื่อเดียวกับที่ศัลยแพทย์ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า 

* ความลึกที่แม่นยำ: งานวิจัยระบุว่าเครื่องสามารถส่งพลังงานได้แม่นยำที่ระดับความลึก 1.5 มม., 3.0 มม. และ 4.5 มม. 

* อุณหภูมิที่เหมาะสม: พลังงานจะสร้างความร้อนที่ 60-70°C ซึ่งเป็นช่วงอุณหภูมิที่งานวิจัยยืนยันว่า "เหมาะสมที่สุด" (Optimal Temperature) ในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ (Neocollagenesis) และการจัดเรียงตัวใหม่ของอีลาสติน 

260402_15.jpg

## 2. จุดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ (Real-time Visualization)

งานวิจัยในวารสาร Journal of Clinical and Aesthetic Dermatology เน้นย้ำว่าสิ่งที่ทำให้ Ultherapy ต่างจากเครื่องกลุ่ม HIFU ทั่วไปคือเทคโนโลยี DeepSEE™ 

* ช่วยให้แพทย์ "มองเห็น" (See) ภาพตัดขวางของชั้นผิวหนังและโครงสร้างภายในแบบ Real-time

* ช่วยให้สามารถ "วางแผน" (Plan) และหลีกเลี่ยงจุดที่อันตราย เช่น กระดูกหรือเส้นเลือด 

* ส่งผลให้การ "รักษา" (Treat) มีความปลอดภัยและได้ประสิทธิภาพสูงสุดตามสภาพผิวของแต่ละบุคคล 

## 3. ผลลัพธ์และการยอมรับทางวิทยาศาสตร์

* ประสิทธิภาพการยกกระชับ: งานวิจัยแบบ Meta-analysis (การวิเคราะห์อภิมาน) จากกลุ่มตัวอย่างจำนวนมาก พบว่าผู้เข้ารับการรักษากว่า 80-90% เห็นผลการยกกระชับที่ชัดเจนภายใน 90 วันหลังทำเพียงครั้งเดียว [3, 8]

* ความคงทน: ผลลัพธ์จากการสร้างคอลลาเจนใหม่จะคงอยู่ได้นานประมาณ 12-18 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและปัจจัยการใช้ชีวิต (Lifestyle) ของแต่ละบุคคล

* ความปลอดภัย: มีงานตีพิมพ์รองรับมากกว่า 50 ฉบับ และมีการใช้งานจริงทั่วโลกมากกว่า 2 ล้านทรีตเมนต์ 

สรุปสั้นๆ: Ulthera คือการใช้ "คลื่นเสียง" ยิงลงไป "เย็บ" ชั้นผิวที่หย่อนคล้อยให้ตึงขึ้นจากภายใน โดยมีหน้าจอให้แพทย์ดูตลอดเวลาเพื่อให้แม่นยำและปลอดภัยที่สุดครับ

ระดับความลึกในการยิงของหัว Ulthera

260402_8.jpg

หัว Ulthera

จุดเด่นของการทำ Ulthera คือ สามารถแก้ปัญหาผิว ได้ลงลึกครอบคลุมทุกชั้น โดยใช้หัวที่มีความลึกถึง 3 ระดับ ที่เหมาะกับปัญหาและชั้นผิวที่แตกต่างกันดังนี้

หัว 1.5 mm เหมาะสำหรับริ้วรอยผิวชั้นบน ชั้นหนังกำพร้า (Epidermis) และชั้นหนังแท้ (Dermis)

หัว 3.0 mm สำหรับกระชับชั้นไขมัน (Subcutis) ที่มีคอลลาเจนแนวตั้ง เหมาะสำหรับลดความหย่อนคล้อยของผิว บริเวณกรอบตาและหน้าผาก และสามารถยิงชั้น SMAS ในบางบริเวณของใบหน้าที่มีชั้นผิวบาง

หัว 4.5 mm สำหรับยิงชั้น smas ที่มีคอลลาเจนแนวนอน และเป็นผิวหนังชั้นเดียวกับที่ใช้ในการผ่าตัดศัลยกรรมดึงหน้า ซึ่งหัว 4.5 เหมาะสำหรับยกแก้ม เหนียง และลำคอ

Ulthera มีกี่รุ่น ? แต่ละรุ่นต่างกันอย่างไร ?

Ulthera SPT กับ Ulthera Prime ต่างกันยังไง

ตารางเปรียบเทียบ Ulthera SPT กับ Ulthera Prime ต่างกันยังไง

ปัจจุบันในคลินิกจะมีใช้กันอยู่ 2 เครื่อง คือ Ulthera SPT และ Ulthera Prime รุ่นใหม่ล่าสุดครับ

2.jpg

Ulthera SPT

Ulthera SPT เป็นนวัตกรรมยกกระชับผิวที่ลงได้ลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อส่วนบน (SMAS) ถูกพัฒนาและออกแบบมาเพื่อให้คนไข้รู้สึกสบายระหว่างทำมากขึ้น เจ็บน้อยลง และได้การยกกระชับที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

มาพร้อมเทคโนโลยีใหม่ที่มีหน้าจอแสดงให้เห็นชั้นผิวแบบ Real Time ทำให้แพทย์สามารถมองเห็นผิวแต่ละชั้น และออกแบบการยิงพลังงานได้อย่างแม่นยำ ตรงจุด ช่วยให้ได้ผลลัพธ์การยกกระชับที่ชัดเจนมากขึ้น

ulthera spt

Ulthera SPT Technique เป็นการใช้เทคนิคแบบ Customize เพื่อแก้ปัญหาผิวของแต่ละคนโดยเฉพาะ ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น

S – See มองเห็นปัญหาผิวของแต่ละคนด้วยเทคโนโลยี MFU-V โดยแพทย์จะเห็นแต่ละชั้นผิวอย่างละเอียดแบบ Real Time

P – Plan เนื่องจากผิวของคนเรามีความแตกต่างกัน แพทย์จะต้องวางแผนการยกกระชับเฉพาะแต่ละบุคคล โดยวิเคราะห์จากภาพชั้นผิวที่แสดงบนหน้าจอ ออกแบบการยิงพลังงานให้เหมาะสม เพื่อให้พลังงานแต่ละไลน์ให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด

T – Treat เมื่อแพทย์สามารถเห็นถึงปัญหาและออกแบบการยิงพลังงานได้อย่างแม่นยำ ตรงจุด สามารถหลีกเลี่ยงจุดที่ทำให้เจ็บ คนไข้จะรู้สึกสบายระหว่างทำ และทำให้ได้ผลลัพธ์การยกกระชับที่มีประสิทธิภาพทุกไลน์ที่ยิง

Ulthera Prime

ult.jpg

ทำความรู้จักเครื่องยกกระชับรุ่นใหม่ล่าสุด Ultherapy Prime คืออะไร | เจาะลึกก่อนทำ เทียบหมัดต่อหมัด

(นพ.สุรพรชัย ชนไพโรจน์ ว63203)

Ulthera Prime


สำหรับ Ulthera Prime จะเป็นเครื่องรุ่นใหม่ล่าสุดที่ต่อยอดมาจาก Ulthera SPT ครับ เปิดตัวในไทย ปลายปี2024 มีหลักการทำงานยกกระชับผิวเหมือนกัน แต่จะต่างกันที่

มีหน้าจอแสดงชั้นผิวคมชัดระดับ Full HD

ดีไซน์ตัวเครื่องมีความทันสมัยมากขึ้น

มีระบบประมวลผลที่เร็วขึ้น 20%

ใช้เวลาทำเร็วขึ้น เจ็บน้อยลง แต่ยังคงได้ผลลัพธ์ดีเหมือนเดิม

สรุปวิวัฒนาการของ Ultherapy 

ปี 2004: จุดเริ่มต้นเทคโนโลยี (Original Technology) – มีการเปิดตัวเครื่อง Ulthera รุ่นแรกสู่ตลาด โดยใช้เทคโนโลยีคลื่นเสียงความถี่สูงแบบเฉพาะเจาะจง (Micro-Focused Ultrasound)

ปี 2009: ได้รับการรับรองจาก US FDA – ตัวเครื่องได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA) เป็นครั้งแรก ในด้านการยกกระชับคิ้วโดยไม่ต้องผ่าตัด

ปี 2021: เปิดตัว Ultherapy SPT – Merz Aesthetics เริ่มวางจำหน่ายรุ่นนี้ทั่วโลก โดยชูจุดเด่นแนวคิด "See-Plan-Treat" (ส่อง-วางแผน-รักษา) เพื่อช่วยให้แพทย์มองเห็นชั้นผิวแบบ Real-time และออกแบบการรักษาให้แม่นยำยิ่งขึ้น

8.jpg

ปี 2025: Ultherapy Prime – รุ่นล่าสุดที่เป็นทายาทของ SPT เริ่มเปิดตัวในช่วงกลางปี 2025 โดยปรับปรุงให้ประมวลผลเร็วขึ้น มีหน้าจอที่ใหญ่และชัดเจนกว่าเดิม เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการยกกระชับผิว

ลิงค์ดูไฟลล์ข้อมูลฉบับเต็ม เครื่อง ulthera prime จาก merz

เปรียบเทียบ Ulthera/Ultraformer/Thermage/Oligio และเครื่องยกกระชับอื่น ๆ

3 เครื่องยกกระชับ! Ulthera Thermage ultraformer ต่างกันอย่างไร เลือกทำอะไรดี ? 

เทียบเครื่องยกกระชับ! Ulthera/Thermage/ultraformer ต่างกันอย่างไร เลือกทำอะไรดี ?

(นพ.สุรพรชัย ชนไพโรจน์ ว63203)

_260402_6.jpg

เปรียบเทียบ Ulthera กับเครื่องยกกระชับอื่น ๆ

9.jpg

ตารางเปรียบเทียบความแตกต่างของเครื่องยกกระชับผิวยอดนิยมแต่ละเครื่อง

สรุปเลือกเครื่องไหนดี ? แบบไหนเหมาะกับใคร ?

ถ้าผิวเริ่มหย่อนคล้อย ไขมันน้อย อยากเห็นผลใกล้เคียงการดึงหน้า → Ulthera

ถ้าต้องการให้ผิวฟู แน่น เฟิร์ม มีไขมันเหนียง แก้ม ผิวหลวม → Thermage Xerf EndoliftX

ถ้ามีริ้วรอย ผิวหย่อนเล็กน้อย อยากเริ่มต้นดูแลผิวตั้งแต่เนิ่น ๆ → HIFU Ultraformer 

ถ้ามีริ้วรอย มีไขมันใต้ผิวเล็กน้อย ต้องการเพิ่มคุณภาพผิว ทนเจ็บได้น้อย →Oligio Volnewmer 

ถ้าต้องการฟื้นฟูผิว พร้อมลดไขมันใต้ผิว ลดริ้วรอยเล็ก ๆ → Oligio Volnewmer

ถ้ามีปัญหาริ้วรอยลึก ผิวหย่อนคล้อย มีรอยแผลเป็น หลุมสิว → Morpheus8 EndoliftX

ถ้าต้องการกระชับกล้ามเนื้อผิวชั้นบนให้แข็งแรง ชะลอผิวหย่อนในอนาคต → Emface

หากไม่แน่ใจว่าเครื่องไหนเหมาะกับคนคนไข้ แนะนำให้แพทย์ช่วยประเมินแบบรายบุคคลจะดีที่สุดครับ เพราะโครงหน้า ปัญหาผิว และเป้าหมายแต่ละคนไม่เหมือนกัน โดยเฉพาะในเคสที่เคยมีการฉีดฟิลเลอร์มาก่อน หรือมีผิวบาง ผิวไว ควรทำอย่างระมัดระวัง

Ulthera ช่วยเรื่องอะไร ?

สรุปจากงานวิจัยทางคลินิกและข้อมูลที่ได้รับการรับรองจาก US FDA เทคโนโลยี Ultherapy (Micro-focused Ultrasound with Visualization: MFU-V) มีประสิทธิภาพหลักในการแก้ปัญหาผิว 4 ด้าน ดังนี้ครับ:

_260402_7.jpg

1. การยกกระชับใบหน้าและส่วนที่หย่อนคล้อย (Lifting)

นี่คือจุดประสงค์หลักที่งานวิจัยให้การยอมรับสูงสุด โดยเน้นการยิงลงลึกถึงชั้น SMAS:

  • คิ้วและหนังตา (Brow Lift): งานวิจัยยืนยันว่าช่วยยกคิ้วให้สูงขึ้นเฉลี่ย 1.7 - 1.9 มม. ทำให้ตาดูโตขึ้นและลดหนังตาตก 
  • กรอบหน้าและแนวกราม (Jawline Definition): ช่วยลดความหย่อนคล้อยบริเวณแก้ม (Jowls) ทำให้กรอบหน้าชัดเจนขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 
  • ใต้คางและลำคอ (Submental & Neck Lift): งานวิจัยในกลุ่มตัวอย่างจำนวนมากพบว่าช่วยลด "เหนียง" และกระชับผิวบริเวณลำคอที่หย่อนคล้อยได้ดี

2. การลดริ้วรอยบริเวณเนินอก (Decolletage Wrinkles)

  • Ultherapy เป็นเครื่องเดียวที่ US FDA รับรองให้ใช้ลดริ้วรอยบริเวณหน้าอก (Chest area) โดยงานวิจัยชี้ว่าการกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ช่วยให้ผิวบริเวณนี้เรียบเนียนขึ้นภายใน 90-180 วัน 

3. การปรับปรุงคุณภาพผิว (Skin Quality & Tightening)

แม้จุดเด่นจะเป็นการยกกระชับ แต่ผลพลอยได้จากงานวิจัยระบุว่า:

  • ความหนาแน่นของผิว (Skin Density): ช่วยให้ผิว "แน่น" ขึ้นจากการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่
  • รูขุมขนและริ้วรอยเล็กๆ: งานวิจัยบางฉบับพบว่าความร้อนในชั้นตื้น (1.5mm) ช่วยให้รูขุมขนดูเล็กลงและริ้วรอยตื้นๆ ดูจางลง 

4. การป้องกันการร่วงโรย (Prejuvenation)

  • งานวิจัยยุคใหม่ (2020-2024) เริ่มศึกษาการทำ Ultherapy ในคนอายุน้อยเพื่อ "เก็บกักคอลลาเจน" ไว้ก่อนที่จะสูญเสียไปตามวัย ซึ่งช่วยชะลอการเกิดความหย่อนคล้อยในอนาคตได้จริง 

Ulthera เหมาะกับใคร ?

ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 25 ปีขึ้นไป ที่ต้องการยกกระชับใบหน้า กังวลเรื่องความหย่อนคล้อย และ ริ้วรอยเล็ก ๆ บนใบหน้า ได้ทั้งบริเวณใบหน้า กรอบหน้า เหนียง ลำคอ และเนินอก

ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย หนังตาตก หางตาตก แต่ยังไม่อยากผ่าตัดศัลยกรรมดึงหน้าและไม่มีเวลาพักฟื้น การทำ Ulthera สามารถช่วยยกคิ้ว ยกหนังตาเห็นผลได้ดี โดยไม่ทำให้โครงสร้างบนใบหน้าเปลี่ยนแปลง

ผู้ที่มีไขมันที่แก้มไม่เยอะมาก ต้องการปรับหน้าเรียว มีกรอบหน้าที่ชัดขึ้น เห็นแนวกราม ลดเหนียง

ผู้ที่ไม่ค่อยมีเวลาดูแลตัวเอง แต่ต้องการฟื้นฟูผิวให้แน่นกระชับเปล่งปลั่ง รูขุมขนเล็กลง เรียบเนียน เพราะการทำ Ulthera ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนชั้นลึกได้ โดยทำเพียงปีละครั้ง ก็สามารถให้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ

ข้อดี-ข้อเสีย การทำ Ulthera มีอะไรบ้าง ?

0402_1.jpg

ข้อดีการทำ Ulthera

การทำ Ulthera เป็นการยกกระชับหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีการฉีดตัวยาใด ๆ

เป็นวิธีที่ปลอดภัยสูงและเป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก

สามารถเห็นผลได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ โดยจะเห็นผลทันทีหลังทำประมาณ 20% หลังทำ

สามารถทำต่อเนื่อง เพื่อคงผลลัพธ์ได้ โดยไม่มีผลข้างเคียงระยะยาว

ไม่มีรอย ไม่มีแผล ไม่ต้องพักฟื้น

ทำเพียงครั้งเดียวผลลัพธ์อยู่ได้นานกว่า 1 ปี

260402_3.jpg

ข้อเสียการทำ Ulthera

อาจรู้สึกเจ็บระหว่างยิงในบางจุด เช่น แนวกราม อาจยังรู้สึกเสียวได้

หลังจากทำ Ulthera คนไข้บางรายอาจมีรอยแดงเกิดขึ้น สามารถหายได้เอง ภายใน 1 ชั่วโมง

อาจจะมีอาการบวม 1 สัปดาห์แล้วแต่สภาพผิวของแต่ละคน

ทำ Ulthera บริเวณไหนได้บ้าง ? ใช้กี่ไลน์ ?ทำ Ulthera บริเวณไหนได้บ้าง

402_21.jpg

การทำ Ulthera สามารถทำได้ทั้งใบหน้าและลำตัวครับ เช่น

ทั่วใบหน้า ใช้ประมาณ 800 Line ช่วยให้กรอบหน้าจะชัดขึ้น ลดปัญหาหย่อนคล้อยของผิว ผิวจะดูฟูขึ้น

รอบดวงตา ใช้ประมาณ 200 Line ช่วยยกหางคิ้ว ยกหางตา ทำให้ตาโตขึ้น

แก้ม ใช้ประมาณ 300 Line ช่วยยกกระชับ ปรับรูปหน้า ลดความหย่อนคล้อย

แนวกรอบหน้า + เหนียง ใช้ประมาณ 500 Line ช่วยเก็บกรอบหน้า ลดเหนียง คางสองชั้น

ทั่วหน้า + ลำคอ ใช้ประมาณ 1,000 Line ลดริ้วรอยแนวคอ เพิ่มความตึงของผิว

หน้าอก สามารถยกกระชับผิวบริเวณเนินอกที่หย่อนคล้อย ให้เต่งตึงขึ้นได้

ท้องแขน และ หน้าท้อง ช่วยเพิ่มความกระชับ ลดความย้วยและหย่อนคล้อยของผิวได้

Lyft clinic (Anatomical precision) วินิจฉัยละเอียดก่อนทำ

5.jpg

จำนวนไลน์ที่ใช้ขึ้นอยู่กับสภาพผิว ปัญหา และโครงสร้างใบหน้าของแต่ละบุคคล แพทย์จะเป็นผู้วางแผนและปรับให้เฉพาะเคส เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

33.jpg

Ulthera อันตรายไหม ? มีผลข้างเคียงหรือไม่ ?

Ulthera เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิว ที่มีการการันตีเรื่องประสิทธิภาพยกกระชับที่มีความปลอดภัยทั้ง FDA จากอเมริกา ยุโรป และผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยาจากประเทศไทย (อย.) รวมไปถึงมีการใช้กว่า 75% ทั่วโลก

จึงมั่นใจได้ว่า Ulthera มีความปลอดภัยและแม่นยำสูง เนื่องจากเครื่อง Ulthera เป็นการใช้คลื่นพลังงานความร้อนส่งตรงไปยังเนื้อเยื่อบริเวณที่ต้องการแก้ปัญหาตรงจุด มีหน้าจอแสดงผลแบบเรียลไทม์ ทำให้แพทย์เห็นชั้นผิวทุกครั้งก่อนยิง จึงไม่ก่อให้เกิดผลกระทบกับเนื้อเยื่อบริเวณใกล้เคียงหากยิงได้ถูกหลัก ถูกเทคนิค โดยอิงจากงานวิจัยที่เชื่อถือได้

การเตรียมตัวก่อนทำ Ulthera

การเตรียมตัวก่อนทำ Ulthera

(นพ.สุรพรชัย ชนไพโรจน์ ว63203)

การเตรียมตัวก่อนทำ Ultherapy ตามแนวทางปฏิบัติมาตรฐานและงานวิจัยทางคลินิก (Clinical Protocols) เน้นไปที่การลดผลข้างเคียงและการทำให้ร่างกายพร้อมสำหรับการสร้างคอลลาเจนใหม่ ดังนี้ครับ 

1. การจัดการด้านยาและอาหารเสริม (อ้างอิงงานวิจัยด้านความปลอดภัย)

งานวิจัยระบุว่าเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดรอยเขียวช้ำ (Ecchymosis) และอาการบวมหลังทำ ควรปฏิบัติดังนี้: 

  • งดยาที่ส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด: เช่น Aspirin, Ibuprofen และยาในกลุ่ม NSAIDs อย่างน้อย 1 สัปดาห์ (หากต้องทานเป็นประจำควรปรึกษาแพทย์เจ้าของไข้) 
  • งดอาหารเสริมบางชนิด: เช่น Vitamin E, Fish Oil (น้ำมันปลา), สารสกัดจากใบแปะก๊วย (Gingko) และโสม เพราะส่งผลให้เลือดหยุดไหลช้าลง 

2. การเตรียมสภาพผิว (Skin Preparation)

เพื่อให้พลังงาน Ultrasound ส่งผ่านชั้นผิวได้ดีที่สุดและลดการระคายเคือง:

  • งดผลัดเซลล์ผิวรุนแรง: งดการใช้ Retin-A, AHA, BHA หรือการทำ Peeling บริเวณที่จะยิงอย่างน้อย 3-5 วัน เพื่อป้องกันผิวบางหรือระคายเคืองง่าย
  • ระยะห่างหัตถการอื่น: งานวิจัยแนะนำให้เว้นระยะจากการฉีด Filler/Botox อย่างน้อย 4 สัปดาห์ เพื่อป้องกันความร้อนจาก Ulthera ไปรบกวนการเซตตัวของสารเติมเต็ม 
  • กรณีมีแผลหรือการติดเชื้อ: หากมีสิวอักเสบรุนแรงหรือเริม (Herpes Simplex) ในบริเวณที่จะทำ ควรรักษาให้หายก่อนหรืองานวิจัยแนะนำให้ทานยาป้องกันล่วงหน้าหากมีประวัติเป็นบ่อย 
  • 02_7.jpg

3. การจัดการความเจ็บปวด (Pain Management Protocol)

งานวิจัยใน Dermatologic Surgery ยืนยันว่าการเตรียมตัวล่วงหน้าช่วยลดคะแนนความเจ็บ (Pain Scale) ได้จริง: [10, 11]

  • การใช้ยาชา: ควรทายาชาแบบความเข้มข้นสูง (Topical Anesthesia) ทิ้งไว้อย่างน้อย 45-60 นาที 
  • การทานยาแก้ปวด: งานวิจัยพบว่าการทานยาแก้ปวด (เช่น Paracetamol) ก่อนเริ่มทำ 1 ชั่วโมง ช่วยให้คนไข้ทนต่อพลังงานที่สูงขึ้นได้ ซึ่งส่งผลต่อประสิทธิภาพการยกกระชับที่ดีกว่า 

4. การดูแลสุขภาพพื้นฐาน (Systemic Support)

  • งดแอลกอฮอล์: อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนทำ เพื่อลดการขยายตัวของหลอดเลือดซึ่งนำไปสู่อาการบวม 
  • พักผ่อนให้เพียงพอ: ช่วยให้ระบบประสาทไม่ไวต่อความรู้สึกเจ็บมากเกินไป 

สรุปสั้นๆ: การเตรียมตัวที่ดีที่สุดคือการ "งดยาละลายลิ่มเลือด" และ "เผื่อเวลาทายาชานานๆ" เพื่อให้คุณสามารถรับพลังงานได้เต็มที่ตามที่แพทย์วางแผนไว้ครับ 

วิธีดูแลตัวเองหลังทำ Ulthera

การดูแลตัวเองหลังทำ Ultherapy อย่างถูกต้องมีส่วนช่วยให้กระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ (Neocollagenesis) ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ และลดผลข้างเคียงตามงานวิจัยทางคลินิก (Clinical Studies) ดังนี้ครับ:

1. การจัดการอาการบวมและระคายเคือง (Immediate Post-Care)

  • ประคบเย็น (Cold Compress): งานวิจัยระบุว่าการประคบเย็นในช่วง 24 ชั่วโมงแรก ช่วยลดการขยายตัวของหลอดเลือดและลดอาการบวมน้ำ (Edema) ได้อย่างมีนัยสำคัญ
  • นอนหนุนหมอนสูง: ในช่วง 1-2 คืนแรก การนอนให้ศีรษะอยู่สูงกว่าระดับหน้าอกช่วยลดการคั่งของของเหลวบริเวณใบหน้า ทำให้รอยบวมยุบเร็วขึ้น
  • เลี่ยงความร้อนจัด: งานวิจัยแนะนำให้งดการเข้า ซาวน่า (Sauna) หรือการออกกำลังกายหนักที่ทำให้หน้าแดงจัดในช่วง 1 สัปดาห์แรก เพื่อป้องกันไม่ให้อาการบวมอักเสบเพิ่มขึ้น

2. การปกป้องผิวจากปัจจัยภายนอก (Skin Protection)

  • ครีมกันแดดคือหัวใจหลัก: รังสี UV คือตัวทำลายคอลลาเจน (Photoaging) งานวิจัยใน Journal of Clinical and Aesthetic Dermatology ย้ำว่าควรทา กันแดด SPF 30+ ทุกวัน เพื่อปกป้องคอลลาเจนที่เพิ่งถูกกระตุ้นใหม่ไม่ให้เสื่อมสภาพเร็ว
  • งดสารระคายเคือง: หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์กลุ่ม Retinoids, AHA, BHA หรือการสครับผิวอย่างน้อย 3-5 วัน เพื่อให้ผิวชั้นนอกที่อาจมีความไวต่อความร้อนได้พักตัว

3. การส่งเสริมการสร้างคอลลาเจน (Biological Support)

  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ: การรักษาความชุ่มชื้นในระดับเซลล์ช่วยให้กระบวนการซ่อมแซมเนื้อเยื่อทำงานได้ดีขึ้น
  • สารอาหารเสริม: งานวิจัยด้านโภชนเภสัชระบุว่า Vitamin C และ Protein/Amino Acids เป็นสารตั้งต้นสำคัญในการสังเคราะห์คอลลาเจน การรับประทานอาหารที่มีสารเหล่านี้เพียงพอจะช่วยให้ผลลัพธ์การยกกระชับชัดเจนขึ้น
  • งดสูบบุหรี่: นิโคตินทำให้เส้นเลือดหดตัวและทำลายคอลลาเจน งานวิจัยพบว่าผู้ที่สูบบุหรี่จะเห็นผลลัพธ์จาก Ultherapy ได้น้อยกว่าและสั้นกว่าคนทั่วไปอย่างชัดเจน

4. สิ่งที่ "ไม่ต้องกังวล" ตามงานวิจัย

  • อาการระบมใต้ผิว: ความรู้สึกเสียวแปล๊บหรือระบมเมื่อกดผิว (Tenderness) เป็นเรื่องปกติที่พบได้ในงานวิจัย ซึ่งมักจะหายไปเองภายใน 2-4 สัปดาห์
  • การแต่งหน้า: เนื่องจาก Ultherapy ไม่ทำให้เกิดแผลที่ผิวชั้นนอก งานวิจัยยืนยันว่าสามารถ แต่งหน้าและทาครีมบำรุงได้ทันที หลังทำครับ

สรุปสั้นๆ: เน้น "ประคบเย็น-ทากันแดด-งดความร้อน" เพื่อให้คอลลาเจนใหม่สร้างตัวได้อย่างสมบูรณ์ที่สุดครับ

เนื้อหาน่ารู้เพิ่มเติม : หลังทำ ulthera เป็นอย่างไร ? รีวิวอาการ 7 วัน หลังทำ กี่วันหายบวม ? กี่วันเห็นผล ?

Ulthera กี่วันหายบวม ? เห็นผลเมื่อไหร่ ?

260402_2.jpg

หลังทำ Ulthera คนไข้สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติทันที โดยอาการบวมแดงที่เกิดขึ้นมักเป็นเพียงเล็กน้อย และจะหายไปเองภายในไม่กี่วันครับ

หลังทำ Ulthera กี่วันหายบวม ?

บางรายอาจมี อาการบวมเล็กน้อย หรือรู้สึกตึงผิวบริเวณที่ทำ

อาการจะค่อย ๆ ดีขึ้นและหายภายใน 2-3 วัน

หากรู้สึกตึงลึก ๆ เมื่อกด อาจคงอยู่ประมาณ 1-2 สัปดาห์ ซึ่งเป็นอาการปกติจากการกระตุ้นคอลลาเจน

หลังทำ Ulthera เห็นผลเมื่อไหร่ ?

0402_11.jpg

เห็นผลทันทีประมาณ 20% หลังทำ

ผิวยกกระชับชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ภายใน 1-3 เดือน

ผลลัพธ์จะอยู่ได้นาน 1 ปี แล้วแต่การดูแลผิวและปัจจัยเฉพาะบุคคล

ทำ Ulthera กับหัตถการอื่นได้ไหม ?

_260402_4.jpg

Ulthera สามารถทำอัลเทอร่าร่วมกับหัตถการอื่น ๆ ได้ครับ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนและเห็นผลไวยิ่งขึ้น

หัตถการที่นิยมทำร่วมกับ Ulthera ได้แก่

โบท็อกซ์ (Botox) เพื่อลดริ้วรอยเฉพาะจุด เช่น หน้าผาก หางตา

ฟิลเลอร์ (Filler) เพื่อเติมเต็มร่องลึก เช่น ใต้ตา ร่องแก้ม

เมโสแฟต เพื่อสลายไขมันส่วนเกิน เช่น แก้ม เหนียง

RF อื่นๆ (ทำด้วยความระมัดระวัง จากความร้อนสะสม)เช่น Oligio Volnewmer morpheus8 thermage Xerf(แนะนำคู่เครื่องนี้เพราะ มีการวัดอุณหภูมิผิว ป้องกันการBurnผิวจากความร้อนสะสม)

ร้อยไหม เพื่อยกผิวร่วมกับชั้นตื้น เสริมผลลัพธ์ Ulthera ในรายที่ผิวหย่อนมาก

ทั้งนี้ควรเว้นระยะห่างที่เหมาะสมในบางหัตถการ เช่น ฟิลเลอร์ ควรทำก่อนหรือหลัง Ulthera อย่างน้อย 1–2 สัปดาห์ แล้วแต่บริเวณ หรือขอคำแนะนำจากแพทย์ เพื่อผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้นครับ

6.jpg

ราคา Ulthera เท่าไหร่ ?

ราคาการทำ Ulthera ขึ้นอยู่กับบริเวณผิวหนังที่ต้องการแก้ปัญหาครับ โดยแพทย์ที่มีประสบการณ์จะสามารถประเมินจำนวน Line ที่ใช้ยิง และปรับระดับความลึกในการยิงของหัว Ulthera อย่างเหมาะสม หากจุดที่ต้องใช้ปริมาณ Line มากขึ้น ราคาก็จะสูงขึ้นครับ

Ulthera ราคา โปรโมชั่น

โปร Ultherapy Prime

โปร Ulthera SPT

รับโปรโมชัน Ulthera ราคาพิเศษ จาก Lyft Clinic คลิก!

ulthera ราคาโปรโมชั่น

Ulthera ราคาถูก-แพงต่างกันอย่างไร ?

โดยทั่วไปเครื่อง Ulthera ที่ทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ ภายใต้คลินิกที่ได้มาตรฐาน ราคาการทำต่อจำนวน Line ที่ใช้ยิ่งไม่ต่างกันครับ

แต่หากพบราคาการทำ Ulthera ที่ถูกมาก ๆ อาจจะต้องระวังครับ เสี่ยงเจอ เครื่อง Ulthera ปลอม ที่ไม่ได้มาตรฐาน เสี่ยงผิวไหม้ หน้าพัง หรือเปลี่ยนรูปได้

การทำ Ulthera ที่ปลอดภัยเห็นผลต้องใช้เครื่องแท้ ทำโดยแพทย์มีประสบการณ์ที่มากพอ เพราะการทำ Ulthera ไม่ใช่เพียงแต่ยิงให้ทั่วหน้า แต่ต้องใช้หัวที่ถูกต้อง ยิงให้ถูกชั้นผิวและใช้พลังงานที่เหมาะสมครับ

วิธีเช็ก Ulthera เครื่องแท้

วิธีเช็กเครื่อง Ulthera Prime

วิธีเช็ก Ulthera Prime ของแท้

มีสติกเกอร์ Merz check สีทอง ติดอยู่บริเวณหน้าจอเครื่อง เมื่อสแกนจะแสดงผลชื่อคลินิก

หน้าจอเครื่องแสดงผลการสแกนชั้นผิวแบบ Real time

ใบประกาศนียบัตร Certificate of Authenticity มีการระบุชื่อคลินิกชัดเจน และ Serial number จะต้องตรงกับด้านหลังเครื่อง

มีสติกเกอร์ Certificate ติดที่กระจกด้านหน้าคลินิก

มีโล่เพชร Authenticity

มีหมุด Ultherapy Prime บริเวณหน้าคลินิก

ตรวจสอบรายชื่อคลินิกบนเว็บไซต์ www.merzaesthetics.co.th

หมอเคยเขียนบทความวิธีตรวจสอบเครื่อง Ulthera แท้ดูอย่างไร ? คนไข้สามารถอ่านศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ครับ เพื่อให้มั่นใจว่าใช้เครื่องแท้ มีคุณภาพแล้ว เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่พึงพอใจครับ

รีวิว Ulthera ก่อน-หลังทำ จากผู้ใช้บริการจริง

Ulthera ทำแล้วดียังไง ? ช่วยอะไรบ้าง! คุ้มมั้ยผลลัพธ์เป็นยังไงมาดูเลย

Ulthera ทำแล้วดียังไง ? ช่วยอะไรบ้าง ! คุ้มมั้ยผลลัพธ์เป็นยังไงมาดูเลย

วัย30+ ต้องดู! เครื่องยกกระชับ Ulthera SPT ดียังไง เหมาะกับใครบ้าง !? 

วัย30+ ต้องดู! เครื่องยกกระชับ Ulthera SPT ดียังไง เหมาะกับใครบ้าง !?

402_8.jpg

ตัวอย่างรีวิว Ulthera ยกกระชับหน้า 

รีวิว Ulthera 

รีวิว Ulthera 

รีวิว Ulthera

รีวิว Ulthera 300 line

รีวิว Ulthera 200 line

รีวิว Ulthera Prime(1)

รีวิว Ulthera Prime

รีวิว Ulthera Prime

รีวิว Ulthera Prime

คลิกดูรีวิวผลลัพธ์หลังทำ Ulthera

รีวิว Ulthera อยู่ได้นานแค่ไหน

ทำ Ulthera ที่ไหนดี ? เช็ก 5 ข้อก่อนตัดสินใจ

ทำโปรแกรม Ulthera ที่ไหนดี ? เลือกคลินิกอย่างไรให้ปลอดภัย ฟังคลิปนี้เลย! 

จะรู้ได้อย่างไรว่าคลินิกไหนน่าเชื่อถือ 

4.jpg

ทำ Ulthera ที่ไหนดี

trophy.jpg

การจะได้ผลลัพธ์จาก Ulthera อย่างเต็มประสิทธิภาพ ไม่ได้ขึ้นอยู่แค่กับเครื่องที่ใช้เท่านั้น แต่ยังขึ้นอยู่กับคลินิก แพทย์ และความปลอดภัย ที่มาควบคู่กัน

มาดู “5 เช็กลิสต์สำคัญ” ที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจว่า จะทำ Ulthera ที่ไหนดีให้เห็นผลจริงและปลอดภัยที่สุดกันครับ

คลินิกน่าเชื่อถือ ได้รับใบอนุญาต

เลือกทำกับคลินิกหรือสถานพยาบาลที่ ได้รับใบอนุญาตจากกระทรวงสาธารณสุข มีเลขที่ใบอนุญาตแสดงชัดเจน และมีรีวิวจากลูกค้าจริง เพื่อความมั่นใจว่าเป็นสถานที่ปลอดภัย ไม่ใช่คลินิกเถื่อน

แพทย์มีประสบการณ์และเทรนนิ่งเฉพาะทาง

Ulthera ต้องอาศัยทักษะเฉพาะในการยิงพลังงานลงชั้น SMAS แพทย์ที่มีประสบการณ์จะสามารถวางแผนไลน์ยิงได้แม่นยำ และวิเคราะห์โครงสร้างผิวรายบุคคล ทำให้ผลลัพธ์ออกมาชัดเจนและปลอดภัยกว่า

ใช้เครื่อง Ulthera แท้ 100% ตรวจสอบได้

ควรเลือกทำกับคลินิกที่ใช้เครื่องแท้เท่านั้น โดยสามารถ สังเกตได้จากจอ Visualization, โลโก้ Ultherapy, ใบรับรองจากบริษัท Merz และสามารถขอชมขั้นตอนเปิดเครื่อง-ยิงจริงต่อหน้าได้ คนไข้สามารถเช็คคลินิกที่ใช้ เครื่อง Ulthera แท้ ได้ที่ https://www.merzaesthetics.co.th/

มีราคาสมเหตุสมผล

Ulthera เป็นเครื่องระดับไฮเอนด์ หากเจอราคาถูกเกินจริงหรือขายแบบเหมาไลน์ไม่จำกัด ให้ระวังว่าอาจเป็นเครื่องปลอม หรือใช้ชื่อคล้ายกัน (เช่น Ultra X, Ultralift) ซึ่งไม่ได้ผลและอาจเกิดผลข้างเคียง

มีรีวิวจากลูกค้าที่ใช้บริการจริง

การดูรีวิวจากผู้ใช้จริง โดยเฉพาะเคส Before–After จากลูกค้าหลายช่วงวัย จะช่วยให้เห็นผลลัพธ์ที่เป็นไปได้จริง และมั่นใจในฝีมือของคลินิกมากขึ้น อย่าดูแค่รีวิวเดียว หรือรีวิวที่ตัดต่อจนเกินจริง

อ่านบทความเพิ่มเติม : ทำ Ulthera ที่ไหนดี ? เลือกอย่างไรให้ปลอดภัยและเห็นผลลัพธ์คุ้มค่าที่สุด

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Ulthera (อัลเทอร่า)

ทำ Ulthera ดีไหม ?

การทำ Ulthera เป็นทางเลือก สำหรับผู้ที่มองหาวิธีการที่ดีที่สุดในการยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อยให้ตึงขึ้นครับ

ปัจจุบัน Ulthera เป็นเทคโนโลยียกกระชับใบหน้าที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะช่วยแก้ปัญหาได้หลายด้าน ทั้งปรับรูปหน้าเรียว เพิ่มความชัดเจนของกรอบหน้า ยกแนวคิ้ว ยกหางตา ลดเลือนริ้วรอยได้ ด้วยการทำเพียง 1 ครั้ง สามารถให้ผลลัพธ์ที่เป็นที่พึงพอใจนาน 1 ปี

Ulthera ใช้กี่ line ดีที่สุด ?

จำนวน Line (จำนวนการยิง) ของ Ultherapy ที่ดีที่สุดนั้น ไม่มีตัวเลขตายตัวสำหรับทุกคน แต่ขึ้นอยู่กับพื้นที่การรักษาและระดับความหย่อนคล้อย โดยอ้างอิงจาก "Gold Standard Protocols" และงานวิจัยทางคลินิกล่าสุด ดังนี้ครับ:

1. จำนวน Line มาตรฐานตามบริเวณ (อ้างอิง Global Protocol)

งานวิจัยจาก Journal of Drugs in Dermatology และแนวทางของ Merz Aesthetics ระบุจำนวน Line เฉลี่ยเพื่อให้เกิดการยกกระชับที่เห็นผลชัดเจน (Clinical Efficacy) ไว้ดังนี้:

  • ทั่วหน้า (Full Face): แนะนำที่ 500 – 800 Lines (ขึ้นอยู่กับขนาดใบหน้าและความหย่อนคล้อย)
  • ทั่วหน้าและคอ (Full Face & Neck): แนะนำที่ 800 – 1,000+ Lines
  • เฉพาะส่วนล่างและเหนียง (Lower Face & Jowl): แนะนำที่ 300 – 500 Lines
  • รอบดวงตาและยกคิ้ว (Eye & Brow Lift): แนะนำที่ 140 – 200 Lines
  • บริเวณเนินอก (Decolletage): แนะนำที่ 280 Lines

2. ทำไมจำนวน Line ถึงสำคัญ? (Dose-Response Relationship)

งานวิจัยระบุว่า Ultherapy มีลักษณะ "Dose-dependent" หมายความว่า:

  • พลังงานสะสม (Thermal Coagulation Points): ยิ่งจำนวน Line ครอบคลุมพื้นที่ได้หนาแน่น (Density) จะยิ่งกระตุ้นคอลลาเจนได้ทั่วถึงและยกกระชับได้ดีกว่าการยิงจำนวนน้อยๆ
  • Under-treatment: การยิงจำนวน Line น้อยเกินไป (เช่น ทั่วหน้าแต่ยิงแค่ 200-300 Lines) งานวิจัยพบว่าผลลัพธ์อาจไม่ชัดเจนหรือไม่คงทนเท่าที่ควร เนื่องจากสร้างจุดความร้อนสะสมไม่เพียงพอที่จะดึงชั้น SMAS ได้ทั้งผืน

3. เทคนิค SPT (See-Plan-Treat) กับการปรับจำนวน Line

_260402_21.jpg

งานวิจัยล่าสุดเน้นว่า "คุณภาพของ Line สำคัญกว่าปริมาณเพียงอย่างเดียว":

  • Customization: แพทย์จะใช้หน้าจอ Real-time ดูความหนาของชั้น SMAS หากชั้นผิวหนาหรือหย่อนมาก อาจต้องใช้ Line มากขึ้นในจุดนั้น
  • ความลึกที่เหมาะสม: การแบ่งจำนวน Line ระหว่างหัว 4.5mm (ชั้น SMAS) และ 3.0mm (ชั้นหนังแท้ส่วนลึก) ต้องสมดุลกันเพื่อให้ได้ทั้งการ "ยก" และการ "แน่น" ของผิว

สรุปคำแนะนำตามงานวิจัย:

หากต้องการผลลัพธ์ที่ "ดีที่สุดและอยู่ได้นาน 1 ปี+" สำหรับการทำทั่วหน้า:

  • กลุ่มอายุ 30-40 ปี: มักจบที่ 500 - 600 Lines
  • กลุ่มอายุ 40-50+ ปี: มักต้องการ 800 Lines ขึ้นไป เพื่อครอบคลุมทั้งหน้าและเหนียง

ข้อควรระวัง: ระวังโปรโมชั่นที่ราคาถูกผิดปกติแต่ให้จำนวน Line น้อยเกินไป เพราะอาจเป็นเครื่องปลอมหรือการยิงที่ไม่ถึงระดับพลังงานที่งานวิจัยกำหนดครับ

คุณกำลังวางแผนจะทำ เฉพาะจุด หรือ ทั่วหน้า ครับ? ผมจะได้ช่วยคำนวณจำนวน Line ที่เหมาะสมเบื้องต้นให้ครับ

อัลเทอร่าหน้าบวม เกิดจากอะไร ?

อาการหน้าบวมหลังทำ Ultherapy (Post-treatment Edema) เป็นผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยและได้รับการบันทึกไว้ในงานวิจัยทางคลินิกหลายฉบับ สรุปสาเหตุหลักตามหลักการแพทย์ได้ดังนี้ครับ:

1. การอักเสบที่ควบคุมได้ (Controlled Inflammation)

งานวิจัยใน Journal of Clinical and Aesthetic Dermatology อธิบายว่า Ultherapy ปล่อยพลังงานความร้อนสูง (60-70°C) ลงไปสร้างจุดบาดเจ็บขนาดเล็ก (Thermal Coagulation Points) จำนวนมากที่ชั้น SMAS และชั้นหนังแท้:

  • กลไก: ความร้อนนี้กระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารที่ก่อให้เกิดการอักเสบ (Inflammatory Mediators) เพื่อเริ่มกระบวนการซ่อมแซมและสร้างคอลลาเจนใหม่
  • ผลลัพธ์: การอักเสบนี้ทำให้หลอดเลือดขยายตัวและมีของเหลวคั่งในเนื้อเยื่อชั่วคราว จึงเกิดอาการบวม (Edema)

2. ปริมาณพลังงานและจำนวน Line (Energy Density)

งานวิจัยด้านความปลอดภัยระบุว่า "ความหนาแน่นของพลังงาน" มีผลโดยตรงต่อระดับการบวม:

  • หากมีการยิงจำนวน Line สูง (เช่น 800+ Lines) หรือใช้พลังงานระดับสูงสุดในบริเวณที่ผิวบาง จะเกิดความร้อนสะสมในเนื้อเยื่อมากขึ้น ส่งผลให้เนื้อเยื่อบวมน้ำมากกว่าการยิงจำนวนน้อยหรือพลังงานต่ำ

3. เทคนิคและการวางหัวแปลงสัญญาณ (Transducer Placement)

ตามงานวิจัยเรื่องเทคนิคการยิง (SPT Protocol):

  • หากยิงซ้อนทับกันมากเกินไปในจุดเดิม (Overlapping) หรือหัวยิงแนบผิวไม่สนิทจนพลังงานกระจายตัวผิดที่ อาจทำให้เนื้อเยื่อชั้นบนระคายเคืองและบวมแดงได้มากกว่าปกติ

4. ปัจจัยเฉพาะบุคคล (Individual Response)

  • ลักษณะทางกายวิภาค: คนที่มีชั้นไขมันใบหน้าหนา หรือระบบน้ำเหลือง (Lymphatic Drainage) ไวต่อการกระตุ้น มักจะมีอาการบวมชัดเจนกว่าคนผิวบาง
  • การเตรียมตัว: งานวิจัยพบว่าผู้ที่รับประทานยาละลายลิ่มเลือด หรืออาหารเสริมบางชนิด (เช่น Vitamin E, Fish Oil) ก่อนทำ อาจมีอาการบวมร่วมกับรอยเขียวช้ำ (Ecchymosis) ได้ง่ายขึ้น

ระยะเวลาการบวมตามงานวิจัย

  • ปกติ: อาการบวมจะเห็นชัดที่สุดในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก
  • การหาย: งานวิจัยระบุว่าอาการบวมส่วนใหญ่จะยุบลงเองภายใน 3-7 วัน และไม่ส่งผลเสียต่อผลลัพธ์ระยะยาวของการยกกระชับครับ

วิธีดูแลตามงานวิจัยแนะนำ: การประคบเย็นในช่วง 24 ชั่วโมงแรก และการนอนหนุนหมอนสูง ช่วยลดการคั่งของของเหลวและทำให้รอยบวมยุบเร็วขึ้นครับ

ทำ Ulthera เจ็บไหม ?

10.jpg

ปัจจัยที่ส่งผลต่อความเจ็บ (อ้างอิงงานวิจัย)

  • ตำแหน่งที่ยิง: งานวิจัยใน Dermatologic Surgery ระบุว่าบริเวณ แนวกระดูกกราม (Jawline) และ โหนกแก้ม จะมีความไวต่อความเจ็บมากกว่าบริเวณแก้มหรือลำคอ
  • จำนวน Line: ยิ่งยิงจำนวน Line มาก ความร้อนสะสมจะมากขึ้น ทำให้ช่วงท้ายของการทำอาจรู้สึกเจ็บกว่าช่วงแรก
  • การเตรียมตัว: การใช้ยาชาแบบทา (Topical Anesthesia) นาน 45-60 นาที และการรับประทานยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs ก่อนทำ 1 ชั่วโมง งานวิจัยยืนยันว่าช่วยลดคะแนนความเจ็บลงได้ประมาณ 20-30%

โดยสรุป ขณะทำอาจรู้สึกจี้ด ๆ เล็กน้อยบริเวณกระดูก เช่น กรามหรือโหนกแก้ม แต่สามารถแปะยาชาก่อนทำเพื่อลดความรู้สึกได้ และเครื่องรุ่นใหม่อย่าง Ulthera Prime เจ็บน้อยลงกว่ารุ่นเดิมมากครับ

Ulthera ปลอดภัยไหม ?

Ulthera เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิว ที่มีการการันตีเรื่องประสิทธิภาพยกกระชับที่มีความปลอดภัยทั้งจาก จากU.S. FDA และ ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยาจากประเทศไทย (อย.) ครับ เป็นที่ยอมรับจากแพทย์ผิวหนัง และแพทย์ศัลยกรรม จากประเทศต่าง ๆ อย่างกว้างขวาง

Ulthera อยู่ได้นานแค่ไหน ?

## สรุปความคงทนของผลลัพธ์ (Longevity)

งานวิจัยระบุว่าผลลัพธ์จะเห็นชัดเจนที่สุดในช่วงเดือนที่ 3–6 และคงอยู่ได้นานประมาณ 12 ถึง 24 เดือน โดยมีรายละเอียดจากงานวิจัยดังนี้ครับ:

* ประสิทธิภาพใน 1 ปี: จากการรวบรวมข้อมูลกว่า 16 การศึกษา พบว่า 92% ของผู้เข้ารับการรักษา ยังคงเห็นผลการยกกระชับและริ้วรอยที่ลดลงอย่างต่อเนื่องจนถึง 1 ปีเต็ม

* ความพึงพอใจ: ผลการวิเคราะห์จาก 29 การศึกษา พบว่าอัตราความพึงพอใจโดยรวมอยู่ที่ 84%

* ช่วงเวลาที่เห็นผลสูงสุด: ผลลัพธ์มักจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นและไปแตะระดับสูงสุด (Peak) ในช่วงเดือนที่ 6 หลังจากนั้นจะคงสภาพอยู่ได้นาน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวเดิมของแต่ละคน

------------------------------

## ปัจจัยที่ส่งผลต่อระยะเวลาของผลลัพธ์

เพื่อให้ผลลัพธ์ของ Ultherapy (รวมถึงรุ่น Prime และ SPT) อยู่ได้นานที่สุดและปลอดภัย งานวิจัยทางคลินิก (Clinical Studies) และแนวทางปฏิบัติของแพทย์ (Expert Consensus) แนะนำข้อควรปฏิบัติและข้อห้ามดังนี้ครับ:

1. วิธีดูแลตัวเองเพื่อยืดอายุผลลัพธ์ (Maintenance & Longevity)

งานวิจัยชี้ว่าการสร้างคอลลาเจนใหม่ (Neocollagenesis) จะสมบูรณ์ที่สุดเมื่อร่างกายมีสภาวะที่เอื้ออำนวย:

ปกป้องคอลลาเจนใหม่จาก UV: งานวิจัยใน Journal of Clinical and Aesthetic Dermatology ระบุว่ารังสี UV คือตัวทำลายคอลลาเจน (Collagen Degradation) อันดับหนึ่ง การทาครีมกันแดด SPF 30+ ทุกวันช่วยป้องกันไม่ให้คอลลาเจนที่เพิ่งสร้างใหม่เสื่อมสภาพเร็วเกินไป

สารอาหารสนับสนุนคอลลาเจน: การได้รับ Vitamin C และ Amino Acids ที่เพียงพอ มีผลโดยตรงต่อกระบวนการสังเคราะห์คอลลาเจนตามธรรมชาติ (อ้างอิงจากงานวิจัยด้านโภชนเภสัช)

งดสูบบุหรี่: นิโคตินทำให้เส้นเลือดหดตัว ลดการไหลเวียนของเลือดไปเลี้ยงผิวหนัง ซึ่งงานวิจัยระบุชัดเจนว่าผู้สูบบุหรี่จะมีผลลัพธ์จากเครื่องกลุ่ม Energy-based devices (เช่น Ultherapy) สั้นกว่าคนปกติถึง 30-50%

Maintenance Protocol: งานวิจัยเชิงสังเกตแนะนำว่าการทำซ้ำทุก 12-18 เดือน (ก่อนที่คอลลาเจนจะเสื่อมสภาพหมด) จะให้ผลลัพธ์แบบ "Cumulative Effect" หรือการสะสมของคอลลาเจนที่ดูเป็นธรรมชาติกว่าการรอให้หน้าหย่อนคล้อยแล้วค่อยทำใหม่

2. ข้อห้ามและข้อควรระวัง (Contraindications)

อ้างอิงจาก FDA Clearance และคู่มือการใช้งานเครื่อง Ultherapy Prime/SPT มีกลุ่มที่ควรระวังดังนี้:

แผลสดหรือสิวอักเสบรุนแรง: ไม่ควรทำในบริเวณที่มีแผลเปิด สิวซีสต์ หรือการติดเชื้อที่ผิวหนัง เพราะพลังงานความร้อนอาจทำให้การอักเสบลุกลาม

สารเติมเต็ม (Fillers/Toxin): หากเพิ่งฉีด Filler มา ควรรออย่างน้อย 4-6 สัปดาห์ งานวิจัยบางฉบับกังวลว่าความร้อนจาก Ultherapy อาจเร่งการสลายตัวของสารเติมเต็มในชั้นตื้น แม้ Ultherapy จะยิงลึกถึงชั้น SMAS ก็ตาม

เครื่องกระตุ้นหัวใจ (Pacemaker) หรือโลหะในร่างกาย: พลังงาน Ultrasound อาจรบกวนการทำงานของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ฝังตัว หรือทำให้โลหะในบริเวณที่ทำร้อนจัด (ยกเว้นรากเทียมทันตกรรม ซึ่งแพทย์จะใช้สำลีรองป้องกันได้)

โรคประจำตัวบางชนิด: เช่น โรคแพ้ภูมิตัวเอง (SLE) ที่ส่งผลต่อการหายของแผล หรือผู้ที่มีประวัติเป็นแผลเป็นนูน (Keloid) ง่ายเกินไป

 แหล่งอ้างอิงความน่าเชื่อถือ (Evidence Check)

Ulthera กี่เดือนเห็นผล ?

หลังทำ Ulthera จะเห็นผลทันทีประมาณ 30% ครับ โดยชั้นผิวจะหดตัวจากความร้อนที่ Focus ลงใต้ผิว จากนั้นผลลัพธ์จะค่อย ๆ ดีขึ้นเรื่อย ๆ ตามคอลลาเจนใหม่ที่สร้างขึ้นมา ผิวจะกระชับขึ้นใน 1-2 เดือน และเมื่อผ่านไป 2-3 เดือน จะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

Ulthera เหมาะกับคนอายุเท่าไหร่ ?

จากการทบทวนงานวิจัยทางคลินิก (Clinical Studies) ของ Merz Aesthetics และวารสารด้านความงามระดับสากล กลุ่มอายุที่ "เหมาะสมที่สุด" และให้ผลลัพธ์คุ้มค่าที่สุดแบ่งออกได้ดังนี้ครับ:

1. กลุ่มอายุที่เป็นเป้าหมายหลัก (30 - 50 ปี)

งานวิจัยส่วนใหญ่ระบุว่ากลุ่มนี้จะได้ผลลัพธ์ "ดีที่สุด" (Optimal Candidates) เนื่องจาก:

  • ความหย่อนคล้อยอยู่ในระดับน้อยถึงปานกลาง (Mild to Moderate Laxity): งานวิจัยใน Journal of Investigative Dermatology ชี้ว่าโครงสร้างคอลลาเจนในวัยนี้ยังมีความสามารถในการซ่อมแซมและสร้างใหม่ (Neocollagenesis) ได้สูงมาก
  • ผลลัพธ์ชัดเจน: การดึงชั้น SMAS ในวัยนี้จะช่วยยกกระชับกรอบหน้า (Jawline) และโหนกแก้มได้ชัดเจนและดูเป็นธรรมชาติ

2. กลุ่มอายุ Early Aging (25 - 30 ปี)

งานวิจัยยุคใหม่เริ่มให้ความสำคัญกับกลุ่ม "Prejuvenation" (การป้องกันก่อนแก่):

  • เน้นงานผิวและคงสภาพ: งานวิจัยสนับสนุนว่าการเริ่มทำ Ultherapy ในปริมาณ Line ที่เหมาะสม (เช่น 200-300 Lines) ช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของคอลลาเจนในอนาคตได้
  • จุดประสงค์: ไม่ใช่เพื่อยกหน้า แต่เพื่อเพิ่มความแน่น (Density) ของชั้นผิว

3. กลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป (Severe Laxity)

งานวิจัยระบุว่ากลุ่มนี้ "ทำได้" แต่ผลลัพธ์อาจไม่ว้าวเท่ากลุ่ม 40:

  • ข้อจำกัด: หากผิวหย่อนคล้อยรุนแรงมาก หรือมีปริมาณไขมันฝ่อตัวสูง งานวิจัยแนะนำว่าควรทำ Ultherapy ร่วมกับหัตถการอื่น (Combination Therapy) เช่น การฉีดสารกระตุ้นคอลลาเจน (Biostimulators) หรือการผ่าตัดดึงหน้า
  • ผลลัพธ์: ช่วยให้ผิวดูมีสุขภาพดีขึ้น แต่อาจไม่เห็นการยกตัวที่ชัดเจนเท่าการผ่าตัด

สรุปตามหลักเกณฑ์งานวิจัย (Checklist)

หากคุณเข้าข่ายข้อใดข้อหนึ่งข้างต้น โดยไม่เกี่ยงอายุเป๊ะๆ งานวิจัยยืนยันว่าคุณคือผู้ที่เหมาะกับ Ultherapy ครับ:

  1. เริ่มเห็น ร่องแก้ม หรือ ร่องน้ำหมาก ชัดขึ้น
  2. กรอบหน้า เริ่มไม่ชัด หรือมี เหนียง (Double Chin) จากผิวที่หย่อน
  3. คิ้วหรือหนังตา เริ่มตก ทำให้ดูตาเศร้าหรือมีริ้วรอยรอบดวงตา
  4. ต้องการยกกระชับแต่ ไม่ต้องการผ่าตัด และไม่มีเวลาพักฟื้น (No Downtime)

ข้อแนะนำเพิ่มเติม: หากอายุ 50+ งานวิจัยล่าสุดปี 2024 แนะนำเทคนิค "Hyper-diluted CaHA" ร่วมกับ Ultherapy เพื่อผลลัพธ์ที่ยาวนานขึ้นเกือบ 2 ปีครับ

ultheraทำได้บ่อยแค่ไหน ?

ความบ่อยในการทำ Ultherapy ที่เหมาะสมตามงานวิจัยและแนวทางปฏิบัติทางคลินิก แบ่งออกเป็น 2 กรณีหลัก คือ การรักษาระยะเริ่มต้น และ การคงสภาพผลลัพธ์ (Maintenance) ดังนี้ครับ

1. ความถี่ที่แนะนำทั่วไป (Maintenance)

ตามงานวิจัยและคำแนะนำจาก Merz Aesthetics (ผู้ผลิต) ระบุว่าโดยปกติการทำ 1 ครั้ง ก็เพียงพอที่จะเห็นผลได้นาน 12–24 เดือน แต่การรักษาความอ่อนเยาว์ให้ต่อเนื่องมีคำแนะนำดังนี้:

  • ทำซ้ำทุก 12–18 เดือน: เป็นช่วงเวลาที่งานวิจัยส่วนใหญ่ระบุว่าคอลลาเจนใหม่เริ่มคงตัวและอาจเริ่มลดลงตามกระบวนการร่วงโรยตามธรรมชาติ
  • ทำรายปี (Once a Year): ผู้เชี่ยวชาญหลายท่านแนะนำให้ทำปีละครั้งเพื่อ "หยุดเวลา" ให้ผิวและสะสมคอลลาเจนให้อยู่ในระดับสูงตลอดเวลา 

2. กรณีที่ต้องการผลลัพธ์เร่งด่วนหรือปัญหาผิวมาก

ในบางงานวิจัยมีการศึกษาการทำที่ถี่ขึ้นเพื่อกระตุ้นผลลัพธ์ให้ชัดเจนกว่าเดิม:

  • เว้นระยะ 6 เดือน: งานวิจัยที่ตีพิมพ์ใน Lasers in Surgery and Medicine พบว่าผู้ที่ทำ 2 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างกัน 6 เดือน จะเห็นผลการยกกระชับที่ชัดเจนและมีประสิทธิภาพมากกว่าการทำเพียงครั้งเดียวอย่างนัยสำคัญ
  • เว้นระยะ 3 เดือน (Intensive): มีการศึกษาในกลุ่มตัวอย่างที่ทำ 3 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 3 เดือน พบว่าความพึงพอใจของผู้ป่วยสูงถึง 92% ในเรื่องความแน่นและยืดหยุ่นของผิว
  • กรณีคอลลาเจนเสื่อมสภาพมาก: สำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยสูง แพทย์อาจแนะนำให้ทำ 2 ครั้งในช่วงแรก โดยเว้นห่างกัน 4–6 สัปดาห์ เพื่อปูพื้นฐานคอลลาเจนก่อนจะขยับไปทำแบบรายปี

สรุป Ulthera ดีจริงไหม ? คุ้มค่าหรือไหม ?

Ulthera คือ เทคโนโลยียกกระชับผิวด้วยคลื่นพลังงานอัลตราซาวด์ โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น มีความปลอดภัย

Ulthera สามารถช่วยยกกระชับผิวบริเวณใบหน้า ลำคอ และลำตัว

ผลลัพธ์ของการทำ Ulthera จะเห็นการเปลี่ยนแปลงทันทีหลังทำ และค่อย ๆ เห็นผลชัดเจนภายในระยะเวลาประมาณ 3 เดือน โดยอยู่ได้นาน 1 ปี ขึ้นอยู่กับแต่ละคน

หากพิจารณาในทุกแง่มุม ทั้งด้าน ผลลัพธ์ ความเสี่ยง ราคา แล้วตอบโจทย์ สามารถส่งรูปปรึกษาเพิ่มเติม หรือ จองคิว เข้ารับบริการได้เลยครับ

คัมภีร์ อัลเทอร่า 2026
คัมภีร์ อัลเทอร่า ,อัลเทอร่า ชลบุรี, ulthera ชลบุรี
อัลเทอร่า ชลบุรี,ulthera ชลบุรี เครื่องใหม่ เจ็บน้อย แต่ยกมาก New Ulthera SPT ( อัลเทอร่า )เป็นเทคโนโลยีที่ส่งผ่านพลังงานคลื่นเสียงความถี่สูง ลงลึกไปถึงบริเวณเนื้อเยื่อชั้น SMAS (Superficial Muscular Aponeurotic System) ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่แพทย์ศัลยกรรมผ่าตัดดึงหน้า โดยคลื่นเสียงนี้จะลงไปเป็นจุดเล็กๆ อย่างสม่ำเสมอ และทิ้งระยะห่างระหว่างจุดประมาณ 1 – 1.5 มิลลิเมตร ซึ่งแพทย์จะสามารถมองเห็นชั้นผิวหนังผ่านหน้าจอในขณะทำ แพทย์จะประเมินและควบคุมได้ทันที จึงทำให้มีประสิทธิภาพในการรักษาและมีความปลอดภัยสูง
Brand

คลินิกเปิดให้บริการทุกวัน เวลาทำการ 11:30-19:30
นัดจองหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ 088-884-4699

Brand
ลิฟคลินิก โดยหมออุ้ย

หมู่ที่ 3 98/34 ซอย BAN KAO SOI 5, DON HUA LO, CHON BURI DISTRICT, CHON BURI 20000

แชทกับเจ้าหน้าที่

ติดตามเราได้ที่

บริการหลักของเรา